วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2565

รถ

ซอกเล็กๆแคบๆของร้าน Chakran พาฉันเดินทะลุจากอารีย์ซอย4 ไปยังร้านล้างรถ wash@holic ที่อารีย์ซอย 5 ฉันเดินตรงไปยังรถเบนซ์คันสีดำเงาวับที่จอดเด่นอยู่เพราะมีรถเพียงไม่กี่คัน ต่างจากทุกๆครั้งที่มีรถจอดอยู่เต็มจนเจ้าของร้านเคยขอให้รีบมารับรถทันทีหลังล้างเสร็จเพราะไม่มีที่จอด

เส้นทางเดิมที่เดินมารับรถเหมือนอย่างทุกครั้ง แต่วันนี้ ด้วยเหตุผลที่ต่างไป 

ฉันรีบเดินไปทางด้านซ้ายของตัวรถ สายตาจ้องมองไปยังประตูหลัง

รอยที่เคยขีดขาวเป็นแนวยาวตรงประตูซ้ายด้านหลังดูจางลง ไม่ใช่เพราะครีมลบเลือนริ้วรอย anti-aging หรือ revitalift แต่เป็นเพราะการขัดเคลือบสี

รถใช้งานก็ย่อมมีร่องรอยการใช้งานเป็นธรรมดา เหมือนนักรบย่อมมีบาดแผลจากศึกสงคราม 

แต่ถึงแม้ฉันจะไม่ได้เอารถไปผ่านสงครามที่ไหน ก็พอจะมีรอยบุบ รอยสีกะเทาะ อย่างละนิดอย่างละหน่อย ให้พอได้รู้ว่าซื้อมาใช้ไม่ได้ซื้อมาเก็บ

“90%” เจ้าของร้านรูปร่างท้วม สวมเสื้อยืดคอกลม ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ที่ฉันคุ้นหน้าคุ้นตาดีเพราะมาบ่อย ได้เอ่ยบอก

ไม่ถึงกับไม่เหลือรอยเลย เพราะรอยขูดกินลึกถึงเนื้อสี นอกจากนี้ เจ้าของร้านยังให้คำแนะนำอีกว่า ไม่ควรทำสีใหม่ เพราะถ้าเลือกอู่ที่ไม่มีความรู้ สีจะไม่เท่ากัน หากขายต่อก็จะราคาตก สู้คงสีเดิมไว้ ถึงจะมีรอยบ้างก็ยังมีเสน่ห์

ฉันพยักหน้ารับความรู้และความคิดเห็นที่น่าพึงพอใจจากเจ้าของร้าน พร้อมกับคิดในใจว่า ฉันไม่เคยมีความคิดที่จะขายรถคันนี้หรอก เพราะนี่คือของขวัญชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่งในชีวิตที่ฉันเก็บเงินซื้อมา และเป็นของขวัญชิ้นหนึ่งที่ฉันรักที่สุดในชีวิตเชียวละ 😊


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น