วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2566

สีโปรด

น้ำเงิน คือสีที่ชอบที่สุด
ความชอบนี้สะท้อนออกมาผ่านอะไรได้บ้างนะ

ปลอกหมอน สีน้ำเงิน
ที่นอน สีน้ำเงิน
ผ้าห่ม สีน้ำเงิน
เสื้อเชิ้ตใส่ทำงาน สีน้ำเงิน
เสื้อออกกำลังกาย สีน้ำเงิน
เคสมือถือ ที่คาดผม กะละมัง สีน้ำเงิน

โอ๊ะ หมดแล้วแหะ มีของสีน้ำเงินไม่เยอะนี่นา

ถ้างั้นของอย่างอื่นสีอะไรบ้าง

รองเท้าออกกำลังกาย สีชมพู
รองเท้าแตะ รถ สีดำ
ตู้เย็น สีเงิน
โซฟา โต๊ะกินข้าว สีน้ำตาล อันนี้เลือกไม่ได้
เสื้อยืด (ส่วนใหญ่) สีเทา

ก็หลากหลายอยู่เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นสีเรียบๆ ไม่ฉูดฉาด คือเป็นคนไม่ค่อยมีสีสันนั่นเอง ฮาๆ

สีน้ำเงิน บ่งบอกถึงอะไรบ้าง

“ปัญญาความรู้”

ความสงบ ความเงียบ ความมั่นคง ความศรัทธา ความมีระเบียบ ความจริง ความสุขุม ความเชื่อถือ ความจงรักภักดี ความเยือกเย็น ความราบรื่น ความเป็นเอกภาพ ความเป็นอนุรักษ์นิยม แรงบันดาลใจ

 

โทนสีนี้จะให้ความรู้สึกสงบเย็นที่สุด ช่วยทำให้ผ่อนคลายและทำให้จิตใจรู้สึกสงบ เนื่องจากเป็นสีที่ช่วยกระตุ้นปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย นอกจากนั้นยังเป็นสีโปรดของผู้คนทั่วโลกมากกว่าครึ่ง และยังถูกเลือกให้เป็น ‘สีที่ปลอดภัย’ ที่สุดในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าจะใช้สีอะไรดี โทนสีน้ำเงินสื่อถึงฐานะของสังคมชั้นสูง และความร่ำรวย สีน้ำเงินเข้มแสดงออกถึงความรู้ ความเฉลียวฉลาด ตรรกะเหตุผล และความไว้เนื้อเชื่อใจ จึงเหมาะมากหากจะนำมาใช้เกี่ยวกับงานหรือในสถานที่ทำงาน เพราะจะช่วยสร้างบรรยากาศสุขุมและเป็นมืออาชีพ

 

คนที่ชอบสีน้ำเงิน จะเป็นคนที่ชอบพบปะผู้คน ประชาสัมพันธ์ พรีเซนต์เก่ง เข้ากับคนได้ง่าย แต่เป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง เป็นคนที่เข้ากับคนได้ง่ายและคนรักง่ายด้วย ยิ้มเก่ง ร่าเริง โกรธง่ายหายเร็ว เป็นคนรักความสงบ มองโลกในแง่ดี 

ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง แต่อ่านแล้วสนุกดี ฮาๆ 💙

วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2566

หอสมุดกลาง

วันนี้ไปหอสมุดกลางมา
ค้นมาคร่าวๆ แล้วว่าหนังสือที่อยากยืมอยู่ชั้นไหน รหัสอะไร
ก็จะจำเลข 3 ตัวหน้าแบบคร่าวๆ แล้วก็ไปไล่ๆ หาต่อเอา เพราะบางทีคำที่ใช้หากับชื่อหนังสืออาจจะได้ไม่ตรงกันเป๊ะๆ แต่ก็รู้ว่าอยู่หมวดเดียวกัน

ลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นมาถึงชั้น 4 ฉันเดินออกจากลิฟท์แล้วเลี้ยวซ้าย เพื่อไปตามหาหนังสือหมวด 000 ผลักประตูเข้าไป มีป้ายให้ข้อมูลอยู่ด้านบนพร้อมลูกศร หนังสือภาษาอังกฤษอยู่ฝั่งขวา หนังสือภาษาไทยอยู่ฝั่งซ้าย ว่าแล้วฉันก็กวาดตามองไปทางขวา หาตัวเลขตามที่จดมา

พอเดินไปถึงชั้นหนังสือก็ ว้าว! หนังสือเยอะแยะเต็มไปหมดเลย แค่หัวข้อเดียวก็มีหนังสือเยอะแยะมากมายขนาดนี้ เลือกอยู่นาน เพราะน่าอ่านไปหมด แต่จะหอบกลับมาหมดนี้ก็คงไม่ไหว แล้วก็คงจะอ่านไม่จบภายในระยะเวลา 1 เดือนด้วย ตัดใจหยิบแค่บางเล่มมา เพราะเรายังต้องเก็บพื้นที่กระเป๋าและแรงไว้แบกหนังสือหมวดถัดไป ฮาๆ

เดินมาถึงชั้นหนังสืออีกหมวดที่ค้นไว้ 800 ว้าว! ยังมีแตกหัวข้อยิบย่อยจากเมื่อกี๊อีกหรือนี่ ทึ่งในความสามารถของฝรั่งจริงๆ 

นึกถึงตอนที่ได้รู้ว่า อย่างอินเดียศึกษาหรือภาษาสันกฤต ที่เป็นที่แพร่หลายทั่วโลกได้ ก็เพราะนักวิชาการชาวตะวันตก เช่น อังกฤษ เยอรมัน เขามีวิธีการคิดเพื่อจะศึกษาเรื่องๆหนึ่งได้ดีจริงๆ

ทำน้ำหนักหนังสือที่จะยืมได้ดีประมาณหนึ่งแล้ว ก็กลับลงมาที่ชั้น 1 ของหอสมุดกลาง กดปุ่ม Borrow สแกนบัตรนิสิต วางหนังสือทั้งหมดบนเครื่องยืม-คืนอัตโนมัติ กดปุ่ม Finished และกดปุ่ม Print Receipt ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

สารภาพว่าไม่ได้เข้าห้องสมุดมานานมาก พอเห็นเครื่องนี้แล้วก็รู้สึกว่า ทันสมัยดีแหะ ถึงแม้จะรู้จักเทคโนโลยี RFID มาตั้งนานแล้วก็ตามเถอะ ฮาๆ

ความสมบูรณ์แบบของใคร?

ชีวิตคนเราจำเป็นต้องสมบูรณ์แบบด้วยหรือ

แล้วคนเราจำเป็นต้องทำชีวิตให้มันยากขนาดนั้นหรือเปล่า


ทำไมคนเรามักมองเห็นส่วนบกพร่องของคนอื่นอยู่เสมอ

การกระทำอะไรที่ดูไม่ได้ดั่งใจของคนในครอบครัว คนใกล้ตัว เครือญาติ ถูกนำมาเป็นบทสนทนา 

แม้คิดว่า ฉันคือคนที่ทำตัวได้ดีที่สุดคนหนึ่งในบรรดาเครือญาติแล้ว ก็ยังมีหัวข้อให้กลายเป็นหนึ่งในบทสนทนาประเภทนั้นได้ 

เพราะอะไร

การตัดสินคนอื่น

ใช่ มันง่ายที่จะตัดสินคนอื่น

แต่ชีวิตในความเป็นจริง มีถูก ผิด งั้นหรือ


แต่ไม่ว่าคนอื่นจะพูด จะคิดกันยังไง ฉันไม่สนใจหรอก

เพราะทุกสิ่งที่ฉันตัดสินใจทำ ฉันคิดมาแล้ว 

และฉันรับผิดชอบตัวเอง


ใครเป็นคนกำหนดหรือว่า หลังจากที่ได้เข้าเรียนคณะนี้แล้ว ความสามารถด้านอื่นๆ จะต้องสูญสิ้น? การที่เคยเรียน ป.ตรี คณะหนึ่ง จะทำให้เรียน ป.ตรี อีกคณะหนึ่ง หรือ เรียน ป.เอก อีกคณะหนึ่ง ไม่ได้เชียวหรือ?

ถ้าลองเทียบกันดู คนเราสามารถมีงานประจำและงานอดิเรกพร้อมกันได้ ซึ่งงานอดิเรกนั้น อาจจะเป็นคนละด้านกับงานประจำ และอาจจะมีงานอดิเรกหลายอย่างก็ได้ นั่นหมายความว่า คนเราไม่จำเป็นจะต้องมีความสามารถแค่ด้านเดียว

ในสมัยกรีกโบราณ นักปรัชญายังเป็นทั้งนักกฎหมาย นักเขียน มีความรอบรู้ครอบคลุมทั้งวิทยาศาสตร์ ตรรกศาสตร์ การละคร ภาษาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมืองการปกครอง หรืออย่างในอินเดียโบราณ กวีก็มักจะเป็นนักไวยากรณ์ เป็นต้น

หรือเพราะการศึกษาสมัยนี้ กำหนดให้เลือกเรียนคณะใดคณะหนึ่ง พอจบออกมา ก็ถูกคาดหวังให้ทำงานด้านที่เรียนมาเพียงอย่างเดียว จึงทำให้ความรู้หลากหลายแขนงดูเป็นเรื่องแปลกประหลาดกระมัง