วันนี้ไปหอสมุดกลางมา
ค้นมาคร่าวๆ แล้วว่าหนังสือที่อยากยืมอยู่ชั้นไหน รหัสอะไร
ก็จะจำเลข 3 ตัวหน้าแบบคร่าวๆ แล้วก็ไปไล่ๆ หาต่อเอา เพราะบางทีคำที่ใช้หากับชื่อหนังสืออาจจะได้ไม่ตรงกันเป๊ะๆ แต่ก็รู้ว่าอยู่หมวดเดียวกัน
ลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นมาถึงชั้น 4 ฉันเดินออกจากลิฟท์แล้วเลี้ยวซ้าย เพื่อไปตามหาหนังสือหมวด 000 ผลักประตูเข้าไป มีป้ายให้ข้อมูลอยู่ด้านบนพร้อมลูกศร หนังสือภาษาอังกฤษอยู่ฝั่งขวา หนังสือภาษาไทยอยู่ฝั่งซ้าย ว่าแล้วฉันก็กวาดตามองไปทางขวา หาตัวเลขตามที่จดมา
พอเดินไปถึงชั้นหนังสือก็ ว้าว! หนังสือเยอะแยะเต็มไปหมดเลย แค่หัวข้อเดียวก็มีหนังสือเยอะแยะมากมายขนาดนี้ เลือกอยู่นาน เพราะน่าอ่านไปหมด แต่จะหอบกลับมาหมดนี้ก็คงไม่ไหว แล้วก็คงจะอ่านไม่จบภายในระยะเวลา 1 เดือนด้วย ตัดใจหยิบแค่บางเล่มมา เพราะเรายังต้องเก็บพื้นที่กระเป๋าและแรงไว้แบกหนังสือหมวดถัดไป ฮาๆ
เดินมาถึงชั้นหนังสืออีกหมวดที่ค้นไว้ 800 ว้าว! ยังมีแตกหัวข้อยิบย่อยจากเมื่อกี๊อีกหรือนี่ ทึ่งในความสามารถของฝรั่งจริงๆ
นึกถึงตอนที่ได้รู้ว่า อย่างอินเดียศึกษาหรือภาษาสันกฤต ที่เป็นที่แพร่หลายทั่วโลกได้ ก็เพราะนักวิชาการชาวตะวันตก เช่น อังกฤษ เยอรมัน เขามีวิธีการคิดเพื่อจะศึกษาเรื่องๆหนึ่งได้ดีจริงๆ
ทำน้ำหนักหนังสือที่จะยืมได้ดีประมาณหนึ่งแล้ว ก็กลับลงมาที่ชั้น 1 ของหอสมุดกลาง กดปุ่ม Borrow สแกนบัตรนิสิต วางหนังสือทั้งหมดบนเครื่องยืม-คืนอัตโนมัติ กดปุ่ม Finished และกดปุ่ม Print Receipt ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
สารภาพว่าไม่ได้เข้าห้องสมุดมานานมาก พอเห็นเครื่องนี้แล้วก็รู้สึกว่า ทันสมัยดีแหะ ถึงแม้จะรู้จักเทคโนโลยี RFID มาตั้งนานแล้วก็ตามเถอะ ฮาๆ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น