เวลาบนนาฬิกาเดินไปพร้อมกับการล้างบล็อกโคลีและฟักทอง หั่นบล็อกโคลีและฟักทอง ตั้งหม้อต้มบนเตาแม่เหล็กไฟฟ้า เทน้ำเปล่า กดปุ่มเปิด รอน้ำเดือด ใส่บล็อกโคลี ฟักทอง และแปะก๊วยลงไป รอทุกอย่างสุก รินน้ำออก เทใส่จาน
การทำอาหารกินเอง ทำให้ได้ใช้เวลาส่วนหนึ่งไปกับการเดินไปซื้อผักและเตรียมวัตถุดิบ ช่างต่างกับวิถีสมัยใหม่ที่สามารถมีอาหารมาวางอยู่ตรงหน้าได้ราวกับมีคนเสกขึ้น (ที่ต้องมีไว้แลกเปลี่ยนก็เพียงธนบัตรบ้าง หรือเหรียญบ้าง)
ในสมัยที่ยังไม่มี app สั่งอาหาร ก็ยังจำเป็นต้องเดินออกไปข้างนอกเพื่อซื้อหาอาหารบ้าง แต่เมื่อมี app สั่งอาหาร การออกนอกบ้านจึงแทบไม่มีความจำเป็น จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีโอกาสกินเยอะเกินไป เพราะอาหารมาอยู่ตรงหน้าเราได้ง่ายดาย แต่การทำอาหารกินเองนี่สิ กว่าจะทำเสร็จ หายหิวไปแล้ว
เนื่องจากเป็นคนกินผักเยอะ การต้มผักกินเองจึงตอบโจทย์ เพราะประหยัดกว่า ได้กินผักเยอะ และหลากหลาย หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไป ไม่ว่าจะเป็นบล็อกโคลี (ผักสิ้นคิดของข้าพเจ้า) แตงกวา (ผักสิ้นคิดอย่างที่ 2) ผักโขม กวางตุ้ง ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี นอกจากนี้ก็มี ผักสลัด กรีนโอ๊ค เรดโอ๊คบ้าง มะเขือบ้าง ทั้งมะเขือเทศ และมะเขือเปราะ (เริ่มกินเป็นตอนกินตำหลวงพระบาง) อ้อ แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ไม่เคยต้มเองเลย คือตุ๋นมะระ ซื้อเอาตลอด เพราะมันออกจะต้องทำหลายขั้นตอนไปหน่อย
จริงๆ ตอนนี้ก็มีความคิดว่า อยากทานเป็นวีแกนมากขึ้น (ช่วงนี้กำลังฮิต?) ตั้งแต่เมื่อไหร่นะ อาจจะช่วงที่มีผลิตภัณฑ์ plant-based meat มั้ง ยังไม่เคยซื้อมาลองหรอกนะ เห็นว่าราคาแรงอยู่ แต่ก็จุดประกายให้หาข้อมูลเกี่ยวกับ plant-based protein หลังจากนั้นก็เลยซื้อถั่วเขียว ถั่วแดงมาต้มกินละ ก็ยังคง concept ต้มกินเองอยู่นั่นเอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น